ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dianthus caryophyllus

 วงศ์ : Caryophyllaceae

 ชื่อสามัญ : Carnation

 ชื่ออื่น ๆ : คาร์เนชั่น

    คาร์เนชั่นมีถิ่นกำเนิดในยุโรปตอนใต้ คาร์เนชั่นที่นำเข้าส่วนใหญ่ปลูกในเรือนกระจก
ทั้งสิ้น ใช้ทำเป็นไม้ตัดดอกได้เป็นอย่างดี ให้จำนวนดอกต่อต้นนับเป็นที่ 2 รองจากกุหลาบ 
การปลูกคาร์เนชั่นแต่ละครั้งอาจจะอยู่ได้เพียงฤดูเดียวหรือหลายฤดูก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
สถานที่และการปลูกปฏิบัติรักษา บางแห่งอาจจะปลูกได้เพียงฤดูเดียว บางแห่งอาจจะ
ปลูกแล้วเก็บเกี่ยวได้นานถึง 2 -3 ปี ซึ่งตามปกติแล้วเป็นการปลูกคาร์เนชั่นในเรือนกระจก

ลักษณะทั่วไป     เป็นไม้ดอกล้มลุก ลำต้นแตกกิ่งก้าน ใบรูปแถบเรียวยาว สีเขียวเข้มอมฟ้า 
โคนใบหุ้มข้อโป่งพองเล็กน้อย ดอกมีทั้งชนิดดอกเดี่ยวและดอกช่อ กลีบรองดอกสีเขียว 
รูปถ้วย กลีบดอกซ้อนฟู ขอบกลีบหยักเป็นแฉก สีขาว ชมพู เหลือง ส้ม แดง และขลิบขอบ
สีต่างๆ
 ดอกมีทั้งชนิดดอกซ้อนและดอกชั้นเดียว ปลายกลีบดอกจะมีลักษณะหยัก ๆ คล้าย
ฟันเลื่อย กลีบหุ้มดอก มีลักษณะรวมติดกันเป็นกรวยหุ้มกลีบดอกไว้ ดอกมีขนาดตั้งแต่ 
1.5 – 3 นิ้ว สีของดอกมีหลายสี คือ ขาว แดง แดงอมอม่วง และอาจจะมี 2 สีในดอกเดียวกัน

การปลูกและการดูแลรักษา

 


คาร์เนชั่นชอบแสงแดดจัด และอากาศเย็น จากการทดลองพบว่า คาร์เนชั่นจะให้ผลดีที่สุด 
คือทั้งผลผลิตและคุณภาพของดอก ที่อุณหภูมิกลางคืน 50องศาฟาเรนไฮต์ และอุณหภูมิกลางวัน 55 องศาฟาเรนไฮต์ พื้นที่ที่เหมาะสมน่าจะเป็นบริเวณภาคเหนือ หรือ จังหวัดนครราชสีมา

 ดินที่ใช้ปลูกควรเป็นดินร่วนซุย มีอินทรีย์วัตถุสูง มีการระบายน้ำดี มีอากาศถ่ายเทดี เนื่องจากคาร์เนชั่นเป็นโรคได้ง่ายมาก ดังนั้นเรื่องความสะอาดของดินจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเป็นไปได้ควรอบฆ่าเชี้อในดินด้วยไอน้ำ หรือ สารเคมีเช่น methyl bromide

ดินควรเป็นกรดเล็กน้อย pH 6.0-7.0

การขยายพันธุ์

 


โดยทั่วไปวิธีการขยายพันธุ์จะนิยมทำกัน 3 วิธี คือ

 การใช้เมล็ด

 การใช้กิ่งปักชำ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมที่สุด

  การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

 

การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษา

 


 การเก็บเกี่ยว

ตัดเมื่อกลีบดอกชั้นนอกเริ่มตั้งฉากกับกลีบเลี้ยง เป็นระยะที่กลีบดอกชั้นนอกเริ่มบานแต่กลีบชั้นใน
เริ่มคลี่ ถ้ามีการใช้สารเคมี Bud opening อาจจะตัดในระยะ “Paint brush” ซึ่งเป็นระยะที่กลีบดอกชั้นนอกเริ่มคลี่ ในกรณีของคาร์เนชั่นชนิดดอกช่อ (spray cultivars) ให้ตัดเมื่อดอก
ย่อย 2 ดอกเริ่มบานและดอกที่เหลือเริ่มเห็นสี การตัดใช้มีดหรือกรรไกรคมๆ ตัด ควรหลีกเลี่ยง
การตัดดอกจากต้นที่เป็นโรคอย่างชัดเจน

 

 

การเก็บรักษา

อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเก็บรักษาดอกคาร์เนชั่น ที่ยังไม่บานเต็มที่ คือ -0.5 – 0 องศาเซลเซียส โดยเก็บรักษาในสภาพแห้ง (Dry storage) ได้นาน 3-4 สัปดาห์ดอกที่บานเต็มที่อาจจะเก็บ
รักษาที่อุณหภูมิ 3-4 องศาเซลเซียส ในสภาพที่แช่ในสารเคมี ซึ่งจะเก็บรักษาได้นาน 2 สัปดาห์  

 

ดอกคาร์เนชั่น (Carnation) เป็นดอกไม้แห่งการเฉลิมฉลอง ตามตำนานของกรีก-โรมัน นิยมใช้ดอกคาร์เนชั่นในงานที่มีความรื่นเริงยินดี แต่ต่อมาสัญลักษณ์ของคาร์เนชั่นได้แปรเปลี่ยนไปตามสีสันต่างๆ
– คาร์เนชั่นสีขาว (White Carnation) เป็นสัญลักษณ์ของความชื่นชมยินดี นิยมใช้ดอกคาร์เนชั่นสีขาวมอบให้ในวาระโอกาสแห่งการแสดงความยินดีต่างๆ (ได้ดอกไม้มอบวันรับปริญญาอีกหนึ่งล่ะ)
– คาร์เนชั่นสีเหลือง (Yellow Carnation) เป็นสัญลักษณ์ของความเหยียดหยาม ถ้ามอบคาร์เนชั่นสีเหลืองให้แก่ผู้ใด แสดงว่าผู้ให้รู้สึกดูหมิ่นดูแคลนผู้รับเป็นอย่างมาก 
– คาร์เนชั่นสีแดง (Red Carnation) เป็นสัญลักษณ์ของหัวใจที่แตกสลาย ถ้าได้รับดอกคาร์เนชั่นสีแดงจากผู้ใด แสดงว่าผู้ให้ต้องการบอกว่าถูกผู้รับหักอกจนใจสลายแล้ว 
– คาร์เนชั่นลาย เป็นสัญลักษณ์ของคำปฏิเสธ ถ้าถูกใครขอความรัก และอยากตอบปฏิเสธก็จงมอบดอกคาร์เนชั่นลายให้แก่ผู้นั้น
– คาร์เนชั่นสีชมพู (Pink Carnation) ดอกคาร์เนชั่นสีชมพูเป็นสัญลักษณ์ของหัวใจรัก ถ้าต้องการสารภาพรักใครก็ควรมอบดอกคาร์เนชั่นสีชมพูให้แก่ใครคนนั้น (ตำราใหม่ แปลว่า “ความรักของผู้หญิง”)